{source}<
จรรยาบรรณบรรณารักษ์
- Read Time: 1 min
- ฮิต: 47126
จรรยาบรรณบรรณารักษ์ พุทธศักราช 2552
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ห้องสมุดเป็นสถาบันที่มีเกียรติ เป็นบริการความรู้ที่เป็นคุณแก่สังคม เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาห้องสมุด เพื่อสร้างความมั่งคงแก่สถาบันห้องสมุด และเพื่อให้สถาบันห้องสมุดเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของประชาชน สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เห็นสมควรกำหนดจรรยาบรรณสำหรับบรรณารักษ์ และผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดทุกตำแหน่งไว้ดังต่อไปนี้
หมวดที่ 1 - จรรยาบรรณต่อผู้ใช้
ต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้ก่อนอื่น
ต้องใช้วิชาชีพให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้อย่างเต็มความสามารถ
ต้องใช้ความเสมอภาคแก่ผู้ใช้โดยไม่คำนึงถึงฐานะ เชื่อชาติ ศาสนา สังคม
หมวดที่ 2 - จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ต้องประพฤติตนอันเป็นการเชิดชูเกียรติศักดิ์ในวิชาชีพ
ต้องศึกษา แสวงหาความรู้ตามมาตรฐาน และพัฒนาตามนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในวิชาชีพ
ต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานต่อวิชาชีพ
ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต
หมวดที่ 3 - จรรยาบรรณต่อเพื่อนร่วมงาน
ต้องมีมนุษยสัมพันธ์อันดีต่อผู้ร่วมงานและผู้ร่วมวิชาชีพ
ต้องเคารพและยอมรับมติของที่ประชุม
ต้องรักษา แสวงหามิตรภาพและเครือข่ายระหว่างผู้ร่วมงานและผู้ร่วมวิชาชีพ
ต้องยึดมั่นในคุณธรรมและพรหมวิหารในการปฏิบัติตนต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน และผู้ร่วมวิชาชีพ
หมวดที่ 4 - จรรยาบรรณต่อสถาบัน
ต้องรักษาประโยชน์และชื่อเสียงของสถาบันที่สังกัด
ต้องร่วมมือและปฏิบัติงานตามนโยบายที่สังกัด เพื่อธำรงชื่อเสียงและเกียรติภูมิ
ต้องรักษาชื่อและทรัพยากรของสถาบัน ไม่พึงแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะโดยมิชอบ
หมวดที่ 5 - จรรยาบรรณต่อสังคม
ต้องเป็นผู้นำสังคมอย่างเข้มแข็ง
ต้องอุทิศตนให้ประโยชน์ต่อสังคมด้วยการใช้วิชาชีพโดยสุจริต
ต้องผดุงรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและความมั่งคงต่อสังคม
ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
(ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต)
นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ
แผนที่ห้องสมุด
- Read Time: 1 min
- ฮิต: 15456
1346 ถนนอาคารสงเคราะห์ 5 (ระหว่างถนนศรีบูรพา 8-9) คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
ส่วนกลาง : 02-736-7838, 089-893-9397 ลูกค้าสัมพันธ์ : 02-734-9022
ธุรกิจ/ธุรกรรม : 02-734-9023
โทรสาร : 02-734-9021
E-mail :
ID Line : tla2497
เวลาทำการเปิด - ปิด
สำนักงานสมาคม : วันจันทร์-ศุกร์ 09.00-17.00 น. และวันเสาร์ 09.00-12.00 น.
หยุดวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ห้องสมุดเสริมปัญญา : ทุกวัน 09.00-16.30 น.
มาตรฐานห้องสมุด
- Read Time: 1 min
- ฮิต: 79154
มาตรฐานห้องสมุด 2549
ประกาศสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
เรื่องมาตรฐานห้องสมุด พ.ศ. 2549
มาตรฐานห้องสมุด พ.ศ.2549 จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความรู้และการเรียนรู้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545 เพื่อการตอบสนองการเรียนรู้ด้วยตนเอง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความต้องการของบุคคลและสังคม เพื่อส่งเสริมคุณภาพและพัฒนาห้องสมุดให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีเกณฑ์และแนวทางการบริหารจัดการห้องสมุดสู่มาตรฐานสากล สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จึงกำหนดมาตรฐานห้องสมุดไว้ดังนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เรื่อง มาตรฐานห้องสมุด พ.ศ.2549
ข้อ 2 ให้ใช้ประกาศนี้ ถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในประกาศนี้
ห้องสมุดหมายถึงแหล่งการเรียนรู้ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จัดตั้งเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ อาจมีชื่อเรียกว่า หอสมุด ห้องสมุด สำนักหอสมุด สถาบันวิทยบริการ ศูนย์บรรณสาร ศูนย์สารสนเทศ สำนักวิทยบริการ หรือชื่ออื่นใดที่มีภารกิิจในทำนองเดียวกัน
บุคลากร หมายถึง บุคคลที่ปฎิบัติงานในห้องสมุด มีหน้าที่แตกต่างกันตามภาระงาน มีจุดมุ่งหมายในการปฎิบัติงาน เพื่อจัดเก็บ รวบรวม ดำเนินงานด้านเทคนิคและบริการสารสนเทศ บุคลากรที่จำเป็นประกอบด้วย ผู้บริหารห้องสมุด ผู้ปฎิบัติงานในระดับวิชาชีพบรรณรักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ หรือชื่ออื่นใดด้านห้องสมุด และผู้อื่นใดที่มีพื้นฐานความรู้ทางวิชาการด้านอื่นที่จำเป็น สำหรับการปฎิบัติงานในห้องสมุด
ผู้รับบริการ หมายถึง กลุ่มเป้าหมายที่ห้องสมุดต้องให้บริการ
ข้อ 4 กำหนดมาตรฐานห้องสมุด พ.ศ.2549 ดังต่อไปนี้
หมวด 1
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายและยุทธศาสตร์
วิสัยทัศน์
ห้องสมุดเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ไปสู่สังคมแห่งความรู้และการเรียนรู้
พันธกิจ
1. พัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2. พัฒนาบุคลากรห้องสมุดให้มีศักยภาพ และสมรรถภาพทางวิชาการและวิชาชีพ
3. พัฒนาทรัพยากรสารสนเทศให้สอดคล้องกับความก้าวหน้า และความต้องการของสังคม
4. พัฒนาบริการสารสนเทศให้มีคุณภาพ และส่งเสริมทักษะการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศของผู้รับบริการ
5. พัฒนาการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เป้าหมาย
1. เพื่อให้มีบริการห้องสมุดอย่างทั่วถึงและผู้รับบริการพึงพอใจ
2. เพื่อให้มีบุคลากรที่มีศักยภาพและสมรรถภาพทางวิชาการและวิชาชีพที่เหมาะสมตามอัตราส่วนที่สอดคล้องกับลักษณะและปริมาณงาน
3. เพื่อให้มีทรัพยากรสารสนเทศหลากหลายรูปแบบ สอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษา เพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้และการเรียนรู้
4. เพื่อให้มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ และการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนและสังคม
5. เพื่อให้มีการจัดการทรัพยากรด้านอาคาร สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆแก่ผู้รับบริการ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ยุทธศาสตร์
1. จัดกิจกรรม บรืการและส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของรัฐ
2. เสนอให้มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ในการสร้าง สนับสนุนและพัฒนาห้องสมุด
3. กำหนดมาตราฐานห้องสมุดทั้งมาตราฐานกลาง มาตราฐานห้องสมุดแต่ละประเภทมาตราฐานงานเทคนิค และทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
4. พัฒนาศักยภาพและสมรรถภาพของบุคลากรห้องสมุดอย่างต่่อเนื่อง
5. พัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
6. ส่งเสริมให้มีการประกันคุณภาพห้องสมุด
7. สร้างและส่งเสริมกลไกการตลาด การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ห้องสมุด
หมวด 2
การบริหาร
ห้องสมุดมีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการทรัพยากร และบริการสารสนเทศตามนโยบายเป้าหมายและโครงสร้างขององค์กร โดยมีคณะกรรมการกำหนดนโยบายในการพัฒนาและประเมิณผลการดำเนินงาน มีผู้บริหารห้องสมุดและบุคลากรห้องสมุดทำหน้าที่ตามภาระงานห้องสมุด คณะกรรมการบริหารห้องสมุดประกอบด้วย ผู้บริหาร ผู้ปฎิบัติงาน และผู้รับบริการห้องสมุดหรือชุมชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการที่ดี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
หมวด 3
งบประมาณ
ห้องสมุดควรได้รับงบประมาณจากองค์กรเจ้าสังกัดอย่างพอเพียง และจัดหารายได้อื่นให้สามารถดำเนินงานตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ งบประมาณของห้องสมุดควรแยกเป็นอิสระจากงบประมาณส่วนรวมของพระองค์ รายได้ที่ได้จากกิจกรรมและบริการของห้องสมุดควรสงวนไว้เป็นค่าใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาห้องสมุดนอกเหนือจากงบประมาณที่ได้รับจากเจ้าสังกัด
หมวด 4
บุคลากร
ห้องสมุดควรมีบุคลากรที่มีวุฒิ คุณสมบัติ และอัตรากำลังตามความจำเป็น สอดคล้องกับนโยบายเป้าหมายขององค์กร การพิจารณาจำนวนและคุณสมบัติของบุคลากร ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้รับบริการ ทรัพยากร เทคโนโลยี และบริการสารสนเทศของห้องสมุด การกำหนดคุณวุฒิ คุณสมบัติ หน้าที่ความรับผิดชอบและจำนวนบุคลากร ให้เป็นไปตามประกาศมาตราฐานของห้องสมุดแต่ละประเภท ควรพิจารณาให้มีตำแหน่งบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของห้องสมุด และกำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทันต่อความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยี
หมวด 5
ทรัพยากรสารสนเทศ
ห้องสมุดควรกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจัดหา เพื่อเพิ่มจำนวนทรัพยากรสารสนเทศอย่างมีระบบและต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายขององค์กรภายใต้บริบทของชุมชนและสังคม ห้องสมุดต้องจัดหาและรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศหลากหลายรูปแบบทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่อโสตอิเลกทรอนิกส์ ให้ครอบคลุมและทันต่อความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยี และมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถสืบค้นและเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
หมวด 6
อาคาร สถานที่และครุภัณฑ์
อาคาร สถานที่ห้องสมุดควรตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางชุมชน มีการออกแบบอย่างเหมาะสมตามมาตราฐานทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม บุคลากรห้องสมุดมีส่วนร่วมในการออกแบบ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ให้บริการและผู้รับบริการทุกกลุ่มเป้าหมายและการขยายพื้นที่ในอนาคต ควรมีพื้นที่ปฎิบัติการและพื้นที่บริการด้านเทคโนโลยี ห้องเก็บวัสดุอุปกรณ์ ห้องนํ้าและอื่นๆตามความเหมาะสม ครุภัณฑ์ห้องสมุดควรได้มาตราฐานและเพียงพอสำหรับการปฎิบัติงานและการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ มีระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ แสงสว่าง เสียง ระบบป้องกันสาธารณะภัยอย่างเหมาะสมและได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันและบำรุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศมิให้เกิดชำรุดเสียหายก่อนเวลาอันสมควร
หมวด 7
การบริการ
ห้องสมุดควรมีบริการพื้นฐาน และบริการอื่นๆ ตามความเหมาะสม ในรูปแบบที่หลากหลาย มีระเบียบการให้บริการเพื่อให้ผู้นรับบริการทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการบริการอย่างเสมอภาค สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการนำกลยุทธ์การตลาดและการประชาสัมพันธ์มาใช้ในการจัดบริการและกิจกรรมห้องสมุดเชิงรุก
หมวด 8
เครือข่ายและความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
ห้องสมุดควรสร้างพันธมิตร และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุดและการเรียนรู้อื่น เพื่อสนับสนุนแห่งความรู้และการเรียนรู้ และการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกัน
หมวด 9
การประเมินคุณภาพห้องสมุด
ห้องสมุดควรมีระบบประกันคุณภาพและตัวชี้วัด เพื่อใช้ในการประเมิณคุณภาพและพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการห้องสมุด
ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
(ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต)
นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ
มาตรฐานชมรมต่างๆ
ชมรมบรรณารักษ์และนักเอกสารสนเทศนานาชาติ (ชนช.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมบรรณารักษ์สถาบันอุดมศึกษา (ชบอ.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน (ชบร.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมผู้สอนวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ (ชสบ.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมเพื่อหอสมุดแห่งชาติ (ชหช.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมห้องสมุดเฉพาะ (ชพ.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมห้องสมุดประชาชน (ชปช.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ชมรมห้องสมุดเพื่ออาชีวศึกษาและเทคโนโลยี (ชอท.) >>> คลิกที่นี่ <<<
ข้อบังคับสมาคม
- Read Time: 1 min
- ฮิต: 22878
ประวัติสมาคม
- Read Time: 1 min
- ฮิต: 46322

CLICK เพื่อดูเนื้อหาในรูปแบบ E-Book
ที่มาของสมาคม
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับอนุญาตเป็นทางการให้ก่อตั้งได้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2497 ในระยะแรกได้รับความอนุเคราะห์จากท่านเจ้าคุณญาณวโรดม และ ม.จ.ชัชชวลิต เกษมสันต์ ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2519 มีที่ทำการอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นอาคารเช่ามีกำหนด 30 ปี ปัจจุบันได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ ณ อาคารเลขที่ 1346 ถ.อาคารสงเคราะห์ 5 คลองจั่น บางกะปิ กทม. 10240 เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น มีพื้นที่ 99 ตารางวา ภายในอาคารมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตรม. ต่อมาในปี 2547 สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดซื้อบ้านพร้อมที่ดิน ขนาด 2 ชั้น มีพื้นที่ 87 ตารางวา ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
การดำเนินงานของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยคณะกรรมการ 25 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสมาคมห้องสมุดฯ ทั่วประเทศ มีวาระคราวละ 2 ปี มีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือน เพื่อกำหนดกิจกรรมของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยนายกสมาคมฯ หรืออุปนายก เป็นประธานการประชุมทุกครั้ง นอกจากนี้ได้จัดตั้งชมรมต่างๆ เพื่อ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างห้องสมุด และจัดให้มีการเยี่ยมชมห้องสมุดต่างๆ โดยหมุนเวียนสถานที่พบปะกัน หาลู่ทางในการยืมระหว่างห้องสมุด หาลู่ทางในการจัดกิจกรรมพิเศษ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันแก้ปัญหา ประกอบด้วยชมรมต่างๆ
พันธกิจของสมาคม
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำหน้าที่เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและเพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในระหว่างสมาชิก ส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่วิทยาการ ส่งเสริมสถาบันห้องสมุดทั่วประเทศเพื่อให้เจริญวัฒนาถาวรยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนความรู้ กับสมาคมห้องสมุดอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ รักษาผลประโยชน์ของบรรณารักษ์และส่งเสริมฐานะของบรรณารักษ์เป็นที่มั่นคง เป็นแหล่งกลาง สำหรับรับการสนับสนุนจากบุคคลหรือองค์การใดๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของสมาคมฯ ให้ความคิดเห็นในการจัดห้องสมุดแก่บุคคลหรือนิติบุคคล หรือองค์การใดๆ ซึ่งประสงค์จะดำเนินการจัดตั้งห้องสมุด รวมทั้งรายได้จากการจำหน่ายวัสดุ ครุภัณฑ์ห้องสมุด
โครงการสำคัญๆ ที่สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการแล้ว
1. โครงการสำรวจความสนใจในการอ่านของไทยมุสลิมใน 4 จังหวัดภาคใต้
ที่มาของโครงการเกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกรภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ปรากฎว่าราษฎรส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาไทย และไม่สามารถทำการติดต่อได้เท่าที่ควร และในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำรัส ณ คุรุสัมมนาคาร จังหวัดยะลา มีใจความว่า "การศึกษาที่มีสำคัญมาก ให้พยายามจัดให้ดี ให้พลเมมืองสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะพูดได้ไม่มากนัก เพียงแต่พอรู้เรื่องก็ยังดี เพราะเท่าที่ผ่านมาคราวนี้มีผู้ไม่รู้ภาษาไทย ต้องใช้ล่ามแปล ควรพูดให้เข้าใจกันได้ เพื่อสะดวกในการติดต่อซึ่งกันและกัน" สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ รับสนองพระราชดำริ จึงได้ทำโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษาภาษาไทย เมื่อปีพ.ศ. 2504 โดยมูลนิธิเอเชีย ผู้สนับสนุนด้านการเงิน
2. โครงการปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียน เป็นโครงการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
เพื่อปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนมัธยมในส่วนกลางให้ได้มาตรฐาน โรงเรียนที่จะปรับปรุงคือ โรงเรียนที่มีห้องสมุดอยู่แล้ว มีบรรณารักษ์ที่มีวุฒิขั้นปริญญา และทำหน้าที่บรรณารักษ์อย่างเดียว ทางโรงเรียนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางด้านการเงินเป็นบางส่วน โดยมีเงินอุดหนุนตามแนวที่จะดำเนินการปรับปรุง
3. โครงการอบรมนักเรียนช่วยงานห้องสมุด
เนื่องจากห้องสมุดโรงเรียนโดยทั่วไปจะมีบรรณารักษ์ทำงานเพียงคนเดียว ทำให้การทำงาน ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นสมาคมฯ จึงจัดโครงการอบรมนักเรียนช่วยงานห้องสมุด เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้เพิ่มขึ้นในเรื่องการใช้หนังสือและวัสดุต่างๆ และให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับบรรณารักษ์ เพื่อให้บริการแก่ครู อาจารย์ และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน และที่สำคัญก็เพื่อให้นักเรียนได้สำรวจความสนใจของตนเองเพื่อใช้เป็นแนวทาง สำหรับศึกษาวิชาชีพต่อไปในอนาคต
4. โครงการจัดนิทรรศการหนังสือสำหรับเด็กและผู้เยาว์
โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อชักจูง สนับสนุนเด็กให้รู้จักหนังสือ สนใจหนังสือและใช้ให้เป็น ประโยชน์ ส่งเสริมให้รักการอ่าน และเพื่อเป็นการช่วยครูและผู้ปกครองได้รู้จักหนังสือ สมาคมฯ จึงได้จัดทำรายชื่อหนังสือพร้อมบรรณนิทัศน์ บทคัดย่อ เผยแพร่ให้ครู นักเรียน และผู้สนใจ โดยจะหมุนเวียนไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากองค์การยูเนสโกและมูลนิธิเอเชีย
5. โครงการจัดงานสัปดาห์ห้องสมุด
โครงการนี้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2519 โดยขอให้ทุกห้องสมุดจัดงานขึ้นพร้อมกันเป็นประจำทุกปี เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้และคนทั่วไป รู้จักห้องสมุด ตลอดจนวิธีใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเองและบ้านเมือง วัตถุประสงค์ของโครงการฯ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนสนใจการอ่านหนังสือและการใช้ห้องสมุด และเพื่อให้โอกาสนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจการของสมาคมฯ ประการสุดท้ายก็เพื่อให้ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานห้องสมุด พิจารณาปรับปรุงห้องสมุดให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามาตรฐานสากล โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปถัมภ์ได้ทรงพระเมตตาประทาน "คำขวัญห้องสมุด" ให้กับสมาคมฯ ดังนี้
โลกคือมนทิรแผ้ว ไพศาล
ห้องหับสรรพโอฬาร เลิศแล้
หนังสือดุจประแจทวาร ไขสู่ ห้องนา
จักพบรัตนแท้ ก่องแก้ววิทยา
6. โครงการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
เป็นโครงการฯ ที่จัดเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองปีหนังสือสากล เมื่อพ.ศ. 2515 องค์ การยูเนสโก ให้ความช่วยเหลือและเพื่อให้สมจริงกับการเป็นสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ สมาคมฯ จึงมีนโยบายให้ห้องสมุดทุกจังหวัด จัดงานขึ้นพร้อมกันโดยมอบเงินให้ทุกจังหวัดจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ให้เงินสมทบด้วย ทำให้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พ.ศ. 2518 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพื่อให้โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง สมาคมฯ จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ รับโครงการนี้ไปดำเนินการ ร่วมกับ โครงการศูนย์พัฒนาหนังสือแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ
7. โครงการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการะคุณและสนับสนุนกิจการห้องสมุด
โครงการฯ นี้เริ่มเมื่อพ.ศ.2524 เพื่อเป็นการแสดงปฏิภาระตอบแทนกรรมการของสมาคมฯ และผู้สนับสนุนกิจการห้องสมุด โดยมอบ "โล่" แสดงความระลึกถึงและขอบคุณที่ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง หรือช่วยพัฒนากิจการของสมาคมฯ โดยสมเด็จพระเทพฯ องค์อุปถัมภ์ของสมาคมฯ จะพระราชทานโล่ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
8. โครงการคัดเลือกห้องสมุดดีเด่น
โครงการฯนี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 ประเภทของห้องสมุดดีเด่นที่คัดเลือก และได้รับรางวัลแล้วคือ ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดเฉพาะ สำหรับห้องสมุดดีเด่นประเภทมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษา ยังไม่ปรากฎว่ามีสถาบันใดได้รับ
9. โครงการเผยแพร่วิชาบรรณารักษศาสตร์ทางวิทยุโทรทัศน์
เป็นโครงการแนะนำหนังสือและกิจการสำคัญๆ เพื่อให้บรรณารักษ์และประชาชนทั่วไป ได้รู้จักหนังสือดี ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจของสมาคมฯ
10. โครงการวิจัยบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
โครงการฯนี้เกิดขึ้นเพราะการวิจัยมีความสำคัญต่อวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาทางวิชาการแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพในการวางแผนและการตัดสินใจ แผนงานของแผนกวิจัยและพัฒนาที่สำคัญๆ คือ จัดทำข่าวสาร จัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยฯ จัดการประชุม บรรยาย และอภิปราย จัดทำคอลัมน์ประจำในวารสารห้องสมุด จัดตั้งหน่วยประสานงานสนับสนุนทุนวิจัย เป็นต้น โดยสมาคมฯ สนับสนุนทุนอุดหนุนเพื่อการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของสมาคมห้องสมุดฯ วิชาชีพบรรณารักษ์และสารนิเทศศาสตร์ จำนวน 1 ทุน วงเงิน 20,000 บาท
11. การจัดตั้งชมรม ในสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2523 ได้แก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ โดยดำเนินการตามข้อบังคับ หมวดที่ 3 ชมรมว่าด้วยการจัดตั้งชมรมในสังกัดสมาคมฯ ซึ่งส่งเสริมให้มีการจัดตั้งชมรมแยกประเภทห้องสมุด มีชมรมด้วยกัน คือ
- ชมรมบรรณารักษ์สถาบันอุดมศึกษา (ชบอ.)
- ชมรมผู้สอนวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ (ชสบ.)
- ชมรมห้องสมุดเฉพาะ (ชพ.)
- ชมรมบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน (ชบร.)
- ชมรมบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน (ชปช.)
- ชมรมห้องสมุดเพื่อการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี (ชหท.)
- ชมรมเพื่อหอสมุดแห่งชาติ (ชหช.)
- ชมรมบรรณารักษ์และนักเอกสารสารสนเทศนานาชาติ (ชนช.)
กล่าวโดยสรุป ตลอดระยะเวลา 58 ปีที่ผ่านมา สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำหน้าที่เกื้อกูลสังคมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ได้มีส่วนช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า โดยส่งเสริมการอ่าน ผลิตหนังสือทางวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ใหม่ๆ ในวิชาชีพและทั่วไป วางรากฐานวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์ไว้อย่างมั่นคง ด้วยการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้ปฏิบัติงานรุ่นใหม่ให้สามารถดำเนินงานด้านนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
